พรีเมียร์ลีกอังกฤษ กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในเวลานี้ โดยวันนี้เราจะพาคุณไปชม 5 ประเด็นร้อนก่อนเกม พรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 30 เวลานี้ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นสองทีมที่คับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างร้อนระอุ ประเด็นที่น่าสำคัญจะมีอะไรบ้าง เราได้รวบรวมมาให้คุณได้ติดตามกันแล้ว

 

1 เบิร์นลี่ย์-แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ริยาด มาห์เรซ ปีกฟอร์มแรงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีสถิติทำประตูใส่ เบิร์นลี่ย์ ได้มากกว่าทีมไหนๆ ในลีก(8 ประตู) อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยิงที่สนาม เทิร์ฟ มัวร์ ได้แค่เม็ดเดียวเท่านั้น

 

ส่วนทางด้าน เรือใบสีฟ้า เอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ได้ตลอด 9 นัดที่เจอกันทุกรายการ โดยมีสกอร์รวมห่างมากถึง 32-1 ขณะเดียวกัน ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ของทีมที่เจอกับคู่แข่งมาแล้วหลายต่อหลายราย แมนฯ ซิตี้ เคยชนะคู่แข่งรายเดิมได้อย่างน้อย 10 เกมติดต่อกันเป็นจำนวน 6 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนั้นมีถึง 5 หนที่เกิดขึ้นในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

 

เกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำประตู คริสตัล พาเลซ ไม่ได้ในเกมก่อนนั้น นับเป็นครั้งที่ 4 ในซีซั่นนี้ที่พวกเขายิงคู่แข่งไม่ได้ ซึ่งฤดูกาลสุดท้ายที่ ซิตี้ ยิงประตูไม่ได้ 5 เกมในซีซั่นเดียวต้องย้อนไปเมื่อปี 2016/17

 

ซึ่ง 3 เกมหลังสุดของ เบิร์นลี่ย์ จบลงด้วยผลต่างสกอร์ 0-8 แม้ว่าในเกมจำนวนดังกล่าว พวกเขาจบครึ่งแรกด้วยผลเสมอ ขณะที่ครั้งสุดท้ายที่ เดอะ คลาเร็ตส์ แพ้ 4 เกมติดโดยยิงคู่แข่งไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2015

 

2 ลิเวอร์พูล-วัตฟอร์ด

เกมเปิดหัวคืนวันเสาร์เริ่มเตะเวลา 6 โมงครึ่ง หาก ลิเวอร์พูล ชนะหรือเสมอจะทำให้พวกเขาแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปเป็นจ่าฝูง โดยฝ่ายหลังจะมีคิวเตะกับ เบิร์นลี่ย์ ในช่วงเวลา 3 ทุ่มตรง

 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรงใส่ วัตฟอร์ด รวมกัน 11 ลูกจาก 7 เกมที่เจอกัน โดยแบ่งเป็นทำสกอร์ 9 และแอสซิสต์ 2 ขณะที่แข้งทีมชาติอียิปต์ มีค่าเฉลี่ยมีประตูกับแอสซิสต์ทุก ๆ 57 นาทียามเจอ แตนอาละวาด

 

เดอะ ฮอร์เน็ตส์ เก็บแต้มทีมเยือนได้ 8 คะแนนจาก 6 เกมหลังภายใต้การคุมทีมของ รอย ฮ็อดจ์สัน (ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 3) เทียบเท่ากับสถิติก่อนหน้านี้ 17 นัดที่ออกไปเยือน (ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 13) โดยเกมล่าสุด วัตฟอร์ด บุกชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน มาได้ ทว่าพวกเขาไม่ชนะเกมเยือน 2 นัดติดบนเวทีลีกสูงสุดตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2017

 

ชูโช่ เอร์นานเดซ ดาวเตะ วัตฟอร์ด มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรง 4 ลูกจาก 3 เกมลีกหลังสุด ( 3 ประตู 1 แอสซิสต์) มากกว่าก่อนหน้านี้ที่เขาต้องใช้เวลามากถึง 19 นัด (2 ประตู 1 แอสซิสต์)

 

3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด-เลสเตอร์

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงโปรตุกีสของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำประตูในลีกไปแล้ว 12 ลูก โดยในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก มีผู้เล่นที่อายุมากกว่า 36 ปีที่ยิงประตูได้มากกว่า CR7 คือ จานฟรังโก้ โซล่า เท่านั้น ซึ่งทำได้ 14 ลูกตอนซีซั่น 2002/03

 

ผู้เล่นตัวสำรองของ ปีศาจแดง ลงมาแล้วยิงประตูได้มากสุดในลีกซีซั่นนี้ (10 ประตู) โดย มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำได้ถึง 4 ลูกจากการลงสนามในฐานะซูเปอร์ซับ ขณะเดียวกัน ไม่มีทีมไหนในลีกที่จะเสียประตูให้กับผู้เล่นตัวสำรองของฝั่งตรงข้ามไปมากกว่า เลสเตอร์ อีกแล้ว (7)

 

ฤดูกาลก่อน เดอะ ฟ็อกซ์ บุกชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 2-1 และพวกเขามีโอกาสที่จะบุกเก็บชัยที่นี่ 2 ปีติดต่อกันเป็นครั้งแรก นอกจากนี้เกมแรกที่เจอกันในซีซั่นนี้ เลสเตอร์ เป็นฝ่ายกำชัย 4-2 ซึ่งพวกเขาก็มองหาการชนะ ปีศาจแดง ไป-กลับเป็นครั้งแรกบนศึก พรีเมียร์ลีก เช่นกัน

 

4 สเปอร์ส-นิวคาสเซิ่ล

ซน ฮึง-มิน แข้งพลังโสมของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทำประตูที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสปอร์ สเตเดี้ยม 8 ลูกจาก 8 เกมหลังในศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่งเขาก็เป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้มากสุดในบ้านตัวเองซีซั่นนี้ (10) โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ทำสถิติดังกล่าวได้

 

นับตั้งแต่กลับขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดเมื่อปี 2017 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เอาชนะ ไก่เดือยทอง ได้เพียงครั้งเดียวจาก 9 เกมที่เจอกัน (เสมอ 2 แพ้ 6) โดยชัยชนะนั้นเกิดขึ้นในเกมออกไปเยือนเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2019 (1-0)

 

คลับไก่ คว้าชัยในลีก 4 จาก 5 เกมหลัง(แพ้ 1) โดยที่ก่อนหน้านนั้น 5 นัดแพ้ไปถึง 4 เกม(ชนะ 1) นอกจากนี้ สเปอร์ส ทำประตูได้อย่างน้อยสองลูกตลอด 5 เกมหลัง ซึ่งครั้งล่าสุดที่พวกเขาทำสถิติดังกล่าวได้มากกว่านั้นเกิดขึ้นตอนช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน (7 นัด)

 

สาลิกาดง ไม่เสียประตูเกิน 1 ลูกเลยในช่วง 11 เกมหลังในศึก พรีเมียร์ลีก อีกทั้งยังทำได้ 8 ประตูในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมีแค่ 2 ครั้งเท่านั้นที่พวกเขาทำสถิตินี้ได้มากกว่าโดยเกิดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน 2003 ถึงเดือนมีนาคม 2004 (18 เกม) และ 12 ครั้งตอนเดือนมีนาคม ถึงสิงหาคม 1997

 

5 เชลซี-เบรนท์ฟอร์ด

ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนีของ เชลซี ยิงประตู 3 เกมหลังได้ถึง 4 ลูกบนศึก พรีเมียร์ลีก เทียบเท่ากับสถิติก่อนหน้านี้ที่เขาใช้เวลา 21 นัด โดยเจ้าตัวมองหาการทำประตู 4 เกมลีกติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 ที่เขาเคยทำได้สมัยอยู่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

 

สิงห์บลูส์ เอาชนะ 6 จาก 7 เกมหลังสุดในเกมดาร์บี้ กรุงลอนดอน ซีซั่นนี้ ซึ่งเกมเดียวที่แพ้คือพ่าย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-3 ซึ่งเกมนั้นเป็นเกมเดียวที่พวกเขาเสียประตูในเกมดาร์บี้ ซีซั่นนี้

 

เบรนท์ฟอร์ด ตั้งเป้าที่จะเก็บชัยเหนือ เชลซี ให้ได้เป็นครั้งแรก หลังก่อนหน้านี้เจอกัน 8 นัดทุกรายการไม่ชนะเลย (เสมอ 1 แพ้ 7)

 

ไม่มีทีมไหนที่ทำประตูจากนอกกรอบเขตโทษใน พรีเมียร์ลีก ไปมากกว่า เชลซี อีกแล้ว (8) ขณะที่ เบรนท์ฟอร์ด เสียประตูนอกรอบมากที่สุดในลีก (10)